บทสรุปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับการลดน้ำหนัก

 บทสรุปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับการลดน้ำหนัก

ปัจจุบันนี้ มียาลดน้ำหนักหลายตัวที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ให้สามารถใช้เป็นยาลดน้ำหนักได้ แต่ต้องดูแลและจ่ายโดยแพทย์เท่านั้นนะครับ ตัวที่ผ่านการรับรองแล้ว ได้แก่ Phentermine/Topiramate, Lorcaserin, Bupropion/Naltrexone และ Liraglutide (ยาใหม่รักษาโรคเบาหวาน) แต่เราทราบหรือไม่ว่ากว่าจะมีการรับรองว่ายาใด สามารถใช้เป็นยาลดน้ำหนักได้นั้น จะต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ



- ยานั้นต้องสามารถลดน้ำหนักได้อย่างน้อย 5 % ของน้ำหนักตั้งต้น (Baseline body weight) โดยที่ในการวิจัยนั้น ค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่ลดลงจากการใช้ยา ต้องแตกต่างจากการให้ยาหลอกด้วย
- มีการวิจัยที่ให้ผลตรงกันอย่างน้อย 2 งานวิจัยในการใช้ยานั้นเพื่อลดน้ำหนัก

ด้วยเกณฑ์ในข้อนี้ จึงเป็นสาเหตุให้ #ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ ไม่สามารถยกระดับขึ้นมาเทียบเท่ากับยาลดน้ำหนักได้ อย่างไรก็ตามเราก็มักจะพบว่า มีการเคลมสรรพคุณของบรรดาอาหารเสริมต่าง ๆ ว่าลดน้ำหนักได้ดีและลดได้ผลตามท้องตลาดทั่วไป ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ วันนี้หมอหล่อคอเล่า จึงมีบทสรุปเกี่ยวกับอาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนักมาให้ดูกันครับ



- #สารสกัดจากชาเขียว (Green tea extract) ดูเหมือนจะมาวินสุด แต่ยังดูค้าง ๆ คา ๆ ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง จากหลาย ๆ การศึกษาที่ออกมา แต่ค่อนข้างปลอดภัย ขนาดที่ใช้ค่อนข้างสูง (ประมาณ 500 -750 mg/day) และใช้นานกว่าจะเห็นผล (3 เดือนขึ้นไป)

- #สารสะกัดผลส้มแขก (HCA) การใช้ในระยะสั้นเห็นผลเล็กน้อย แต่ในระยะยาวยังไม่รู้ มีอาการข้างเคียงสำคัญ คือ ระคายเคืองทางเดินอาหารบ้าง

- #L-carnitine ผลยังไม่ชัดเจน การศึกษาในคนยังมีน้อย

4 #CLA ผลยังไม่ชัดเจน ถ้าจะกินเลือกให้ถูก form

5 #Chitosan ไม่ได้ผล

6- #Chromium ผลยังไม่ชัดเจน

7  #อื่น ๆ นอกจากนี้ (เช่น Fucoxanthin, Hodia, Capsaicin, etc) ผลยังไม่ชัดเจน การศึกษายังน้อย

8  #ห้ามใช้ คือ สารในกลุ่ม Ephedra alkaloid + caffeine combinations เพราะว่า ผลข้างเคียงมาก อาจถึงแก่ชีวิตได้ 


สิ่งที่ดีที่สุด และได้ผลที่สุด ในการลดน้ำหนักแบบปลอดภัย ก็คือ การควบคุมการกินอาหารให้เหมาะสมกับตัวเองและการออกกำลังกายที่เหมาะสม พร้อม ๆ กับ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพใหม่ นั้นเองครับ หากอ้วนมาก ๆ หรือ อ้วนและมีโรคร่วม (เบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง โรคหัวใจ หยุดหายใจเวลากลางคืน เป็นต้น)ก็ควรปรึกษาแพทย์ในการรักษาเพื่อให้ได้ผลที่สุดและปลอดภัยที่สุดนั่นเองครับ




ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเพจ : หมอหล่อคอเล่า


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพ จากเพจ หมอหล่อคอเล่า

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์