สาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ได้

สาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ได้

ทำกันมาทุกวิธีทางไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนต่อสูตรไหนแต่น้ำหนักก็ไม่ยอมลดหายไปไหนเช่นเดิม โดยเฉพาะไขมันบริเวณหน้าท้องที่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมไปไหนง่ายๆ ทำท่าว่าจะขออยู่ด้วยกันตลอดไป ถ้าเจอกันแบบนี้แล้วลองมาดูพฤติกรรมดังต่อไปนี้ ว่าเป็นเหตุผลที่เจ้าไขมันไม่อยากไปจากเราหรือเปล่า
เหตุผลที่ 1 ความเครียด การทำงานยุ่งๆ บางครั้งทำให้เรารู้สึกเครียด และการที่เราปล่อยตัวเองให้เครียดจึงทำให้เรารับทานของว่างบ่อยเกินไป และทำกันเป็นประจำจนเป็นนิสัยความเคยชิน ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว การคิดว่าความเครียดจะช่วยเผาผลาญแคลอรีมากขึ้นนั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นความคิดที่ผิด ความจริงก็คือความเครียดจะไปเพิ่มการสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อเรียกว่าคอร์ติซอล (Cortisol) เจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะทำการส่งสัญญาณให้ร่างกายรักษาความคงที่ของน้ำหนักตัวไว้ และยังฝากไขมันไว้ที่หน้าท้องมากขึ้นอีกด้วย (ไขมันที่หน้าท้องเป็นไขมันที่กำจัดออกยากที่สุด ยังเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ทำให้มีคอเลสเตอรอลสูง และตามมาด้วยสาเหตุของปัญหาสุขภาพอื่นๆ อีกด้วย) แถมยังมีฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ทำให้คุณรู้สึกเจริญอาหาร โดยเฉพาะอาหารหวานต่างๆ ที่มีไขมันสูงและแน่นอนอาหารพวกนี่เป็นศัตรูตัวร้ายของน้ำหนักและความผอมของคุณอีกด้วย ดังนั้นการที่เราปล่อยให้ตัวเองเครียดจะเป็นสาเหตุให้เราทานของว่างบ่อยขึ้นและทำให้มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
วิธีแก้ คือ ความเครียดเป็นสิ่งที่ต้องขจัดออกเป็นอันดับแรก เมื่อรู้สึกมีอาการเครียดหลังจากต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ต่างๆ ที่น่าเบื่อ ก็ต้องให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนโดยการเคลียร์สมองบ้าง เช่น อาจจะออกไปเดินเล่นสัก 5 นาที หรือจุดเทียนกลิ่นลาเวนเดอร์ไว้ในห้อง เทียนกลิ่นนี้สามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายและช่วยในการคลายความเครียดได้ หรืออาจจะใช้วิธีการพักผ่อนทางใจโดยการนั่งแล้วปิดตาลง หายใจเข้าลึกๆ นึกถึงภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ สถานที่สงบๆ สัก 10-15 นาที วิธีนี้จะช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล และยังช่วยขจัดความอยากกินอาหาร โดยเฉพาะพวกขนมขบเคี้ยวต่างๆ ที่ชอบทานได้อีกวิธีหนึ่ง
เหตุผลที่ 2 การนอนดูโทรทัศน์ การนอนดูโทรทัศน์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ควรระวัง เพราะได้มีการค้นพบมาว่าคนที่ดูโทรทัศน์ระหว่าง 1-2 ชั่วโมงต่อวันนั้น มีจำนวนมากถึง 93 ใน 100 คน มีแนวโน้มว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน มากกว่าคนที่ดูทีวีน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน เพราะเวลาที่เราดูทีวีนั้นเราไม่ได้ทำการเคลื่อนไหวร่างกายนั่นเอง เนื่องจากเราจะมัวสนใจอยู่กับรายการโปรดของเรา และยังพบอีกด้วยว่าในช่วงเวลาที่เรานอนดูโทรทัศน์ยังทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตรวมถึงการเผาผลาญพลังงานของร่างกายก็จะลดลงไปด้วย แต่ในคนรูปร่างปกติ ขณะดูทีวีระบบของการเผาผลาญพลังงาน หรือเมตาบอลิซึมจะทำงานที่ต่ำมากเพียง 20-30 แคลอรีต่อชั่วโมง ก็หมายความว่าถ้าเรานั่งเฉยๆ อยู่ที่หน้าจอทีวี วันละ 5 ชั่วโมงทุกๆ วัน จะมีโอกาสทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 0.45 กิโลกรัมในระยะเวลาภายใน 1 สัปดาห์ และเกือบทุกครั้งที่เรานอนดูทีวีอยู่บนโซฟาเราก็จะมีขนมคบเคี้ยวติดมือไว้ทุกๆ ครั้งจึงเป็นการเพิ่มแคลอรีให้กับเราตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิธีแก้ คือ ตอนที่เราดูทีวีสมควรเลือกดูเฉพาะรายการโปรดที่เราชอบจริงๆ พอจบรายการที่เราชอบก็ให้ปิดทีวีแล้วหันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน และที่สำคัญในขณะที่ดูทีวีไม่ควรทานขนมขบเคี้ยวต่างๆ ไปด้วยอย่างเด็ดขาด
เหตุผลที่ 3 การไปเที่ยวสังค์สรรกับแฟน การออกไปเที่ยวหรือไปสังสรรค์กับแฟน แล้วมีการดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ในทุกครั้งที่ไปเที่ยวด้วยกัน โดยที่คุณอาจจะคิดว่าดื่มเฉพาะวันที่ไปเที่ยวกันเท่านั้นไม่น่าจะเป็นไร แต่ถ้าคุณไปเที่ยวกันบ่อยๆ และมีการดื่มกันเป็นประจำ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไขมันสะสมพอกพูนขึ้นได้ โดยเฉพาะที่รอบเอว ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่เข้าใจสาเหตุที่แน่นอน แต่จากผลการศึกษาค้นคว้าวิจัยพบว่าคนที่ดื่มเกิน 4 แก้วในทุกครั้งที่มีการดื่มเกิดขึ้น ถึงแม้จะเป็นการเที่ยวเพียงแค่อาทิตย์ละครั้งก็ตาม จะทำให้เกิดมีไขมันหน้าท้องมากกว่าเมื่อเทียบกันกับคนที่เที่ยวบ่อยแต่ดื่มในปริมาณที่น้อยกว่า
วิธีแก้ คือ ทุกครั้งที่ต้องออกไปสังสรรค์ไม่ว่ากับเพื่อนหรือกับแฟนให้ดื่มในปริมาณที่น้อยลง เพียงแค่ 1 แก้ว หรืออาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ แต่ถ้าต้องการดื่มมากเกินกว่า 1 แก้ว ให้เลือกดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่น เช่น ดื่มไวน์ ซึ่งมีผลการวิจัยหลายชิ้นระบุไว้ว่า คนที่ดื่มไวน์จะมีหน้าท้องยื่นน้อยกว่าคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่น
เหตุผลที่ 4 ชีวิตการแต่งงานที่มีความสุข มีการค้นพบว่าเราจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 2- 5 กิโลกรัม ภายหลังจากการแต่งงานได้ 2 ปี (ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิเนโซต้า) เหตุผลหลักก็คือมักพบว่าคู่แต่งงานใหม่ๆ มักจะเลือกทานอาหารที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มักจะหันไปรับประทานตามอย่างสามี เมื่อเทียบกับเมื่อตอนเป็นโสด คุณอาจจะทานเป็นบางมื้อ หรืออาจจะเลือกทานเฉพาะผลไม้หรือผักสลัดในช่วงมื้อเย็น แต่พอแต่งงานแล้วคุณจะมีแนวโน้มในการเลือกรับประทานอาหารน้อยลง แต่มีปริมาณการรับประทานที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้แน่นอนเหลือเกินว่าน้ำหนักก็จะต้องเพิ่มขึ้นตามปริมาณของอาหารที่เรารับประทานเข้าไป
วิธีแก้ คือ คู่สามีภรรยาควรหาเวลาว่างชักชวนกันไปออกกำลังกาย เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก ซึ่งนอกจากจะได้รูปร่างที่ดีสมส่วนขึ้นแล้ว ยังมีผลทำให้สุขภาพดีขึ้นอีกด้วย ยังมีผลการรับรองด้วยว่าคู่แต่งงานที่ออกกำลังกายร่วมกันถึง 95 % มีการหย่าร้างกันน้อยกว่าคู่ที่แยกกันทำกิจกรรมต่างๆ และควรสัญญากันว่าจะชวนกันเลือกทานอาหารที่เบาขึ้นไม่หนักเกินไปในแต่ละมื้อ หรืออย่างน้อยสัก 2-3 มื้อ ใน 1 สัปดาห์
เหตุผลที่ 5 อากาศหนาว ในหน้าหนาวเป็นหน้าที่สาวๆ หลายคนชอบ เพราะจะได้สวมใส่เสื้อหนาวสวยๆ มาอวดกัน และยังมีสาวๆ อีกเป็นจำนวนมากที่จะมีความสุขกับการบริโภค เป็นสาเหตุทำให้ได้รับแคลอรีมากขึ้นตั้งแต่ 1000- 1500 แคลอรีต่อวันกันเลยทีเดียว สำหรับในช่วงที่มีอากาศหนาวนั้น บางคนจะมีอาการซึมเศร้ามีการใช้พลังงานร่างกายน้อยลง เป็นสาเหตุทำให้มีอาการของความเศร้า หงุดหงิดง่าย และรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดช่วงฤดูหนาว อธิบายได้ว่าเกิดจากช่วงเวลากลางวันที่เวลาน้อยลง ทำให้เกิดการลดระดับของสารเซอโรโทนิน และโดพามินในสมอง เป็นสาเหตุทำให้เรารู้สึกเฉื่อยชา แต่กับกระตุ้นให้เรารู้สึกอยากอาหารจำพวกแป้ง และขนมหวานมากยิ่งขึ้น
วิธีแก้ คือ พยายามเดินตากแดดหรือออกไปโดนแดดบ้างในช่วงเวลาตอนกลางวันให้ได้ประมาณ 15-30 นาที ต่อวัน แสงแดดจะมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น และการออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าและกระฉับกระเฉงขึ้นได้ และยังช่วยเผาผลาญแคลอรีในร่างกายได้อีกด้วย แต่ถ้าได้ปฏิบัติแบบนี้ไปแล้วเป็นเวลา 2 สัปดาห์ คุณก็ยังมีอาการรู้สึกซึมเศร้าหดหู่อยู่ก็ไม่ควรจะปล่อยไว้ ควรรีบปรึกษาแพทย์จะดีกว่า ที่สำคัญพยายามอย่าหาซื้อขนมขบเคี้ยว ของหวาน มาติดไว้ที่บ้าน ควรจะซื้อเป็นผัก ผลไม้ หรือพวกธัญพืชติดบ้านไว้จะเป็นการดีที่สุด
เหตุผลที่ 6 การไม่นอน การศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิคาโก ค้นพบว่าการนอนน้อยเกินไปจะส่งผลให้ระบบเมตาบอลลิซึมในร่างการเกิดอาการแปรปรวน จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ไขมันตัวร้ายแอบเข้ามาครอบครองร่างกายของเราได้ง่าย การอดนอนทำให้ร่างกายไม่ได้ใช้น้ำตาลในเลือดอย่างที่ควรเป็น ทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น และยังไปลดระดับของเลปตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เรารู้สึกอิ่ม และก็ไม่ใช่จะมีปัญหากับคนที่นอนไม่หลับอย่างเดียว ปัญหานี้ยังรวมถึงคนที่นอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อคืนอีกด้วย
วิธีแก้ คือ พยายามอย่าอดนอน และคุณผู้หญิงควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน และถ้ากำลังประสบปัญหาการนอนไม่พอ ให้รีบเข้านอนเร็วขึ้นกว่าปกติ 15 นาที และให้ตั้งเวลาตื่นเท่าๆ กันทุกๆ วัน ทำแบบนี้ให้ได้ทุกๆ สัปดาห์ ร่างกายของเราจะค่อยๆ ทำการปรับตัวจนเป็นปกติ ถ้าการอยู่บ้านทำให้น้ำหนักมากขึ้น สิ่งแวดล้อมภายในบ้านก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นได้ ถ้าเป็นแบบนั้นกันจริงๆ ลองปฏิบัติตามวิธีดังต่อไปนี้ อาจจะเป็นหนทางช่วยคุณได้
1 ปรับแสงสว่างภายในบ้าน การศึกษาและวิจัยพบว่าการที่ในห้องมีแสงสว่างจ้ามากจะทำให้คนอ้วนทานอาหารได้มากยิ่งขึ้น กว่าการที่ในห้องมีแสงเพียงสลัวๆ เพราะแสงสว่างทำให้เรามีความรู้สึกตื่นตัว จึงทำให้ทานได้เร็วยิ่งขึ้น จึงได้รับแคลอรีเพิ่มมากขึ้นด้วย ในทางกลับกัน สำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักก็จะมีแนวโน้มที่จะทานอาหารมากขึ้นเช่นเดียวกัน ถ้าอยู่ในห้องที่มีแสงสว่างสลัวๆ เพราะจะเกิดอาการลืมตัว ดังนั้นแล้วเราควรปรับแสงไฟในบ้านให้มีความสว่างพอดี ไม่สว่างจ้ามากไปหรือสลัวจนเกินไป จึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
2 ควรเก็บอาหารให้อยู่ไกลๆ สายตา เพราะการมีอาหารอยู่ใกล้ๆ หรืออยู่ในสายตา จะทำให้เราทานได้มากขึ้น อาหารที่อยู่ในชั้นเก็บที่ต่ำจะถูกทานบ่อยกว่าอาหารที่เก็บอยู่ในชั้นสูงๆ และระหว่างการทำกับข้าวทานด้วยกันกับการทานอาหารเพียงจานเดียว เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วในแบบแรกก็ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราทานอาหารได้มากยิ่งขึ้น
3 ในขณะรับประทานอาหารไม่ควรเปิดเพลงฟัง เพราะการฟังเพลงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราทานอาหารได้อร่อยมากขึ้น และนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารนานขึ้นอีกด้วย การเปิดโทรทัศน์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเช่นเดียวกัน

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์