ลดน้ำหนักต้องรู้!! ก่อนประจำเดือนมาจะอ้วนจริงหรือ?

ลดน้ำหนักต้องรู้!! ก่อนประจำเดือนมาจะอ้วนจริงหรือ?

สาวๆ จำนวนไม่น้อยที่อุตส่าห์ควบคุมอาหารมาตลอดช่วงที่ลดน้ำหนัก แต่ต้องมาพังตอนก่อน หรือระหว่างที่มีประจำเดือน เพราะจะเป็นช่วงที่หงุดหงิดง่าย และกินแหลกครับ
หรือบางคนก็กลุ้มใจเพราะทั้งๆ ที่ลดความอ้วนได้สำเร็จแล้วแต่พอมาช่วงมีประจำเดือน ก็ทนความหิวไม่ไหว ความพยายามที่ผ่านมาก็กลายเป็นศูนย์

เรามาดูสาเหตุและวิธีรับมือให้กับสาวๆ ในช่วงมีประจำเดือนครับ รวมถึงการสภาพร่างกายของสาวๆ ใน 1 เดือนว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง


สาเหตุที่ก่อนมีประจำเดือนแล้วจะอ้วน ขึ้นอยู่กับความสมดุลของฮอร์โมน

เหตุผลที่สาวๆ รู้สึกว่าช่วงก่อนมีประจำเดือนอ้วน หรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น จะขึ้นอยู่กับอาหาร Premenstrual Syndrome หรือ PMS  ซึ่งเป็นอาการก่อนมีประจำเดือน PMS นี้เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับทางกาย และจิตใจ มักเกิดก่อนมีประจำเดือนประมาณ 2 สัปดาห์ อาการนี้จะเกิดจากฮอร์โมนของเพศหญิงที่ชื่อ โพรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่หลั่งออกมาจากรังไข่ในปริมาณมาก
ช่วงก่อนมีประจำเดือน หากฮอร์โมนโพรเจสเตอโรนนี้หลั่งออกมามาก ร่างกายก็จะต้องการสารอาหารมาทดแทนสารอาหารที่เสียไปพร้อมกับเลือดที่ออกมา

เก็บสะสมน้ำและเกลือไว้ที่เซลล์ และจะทำให้กระบวนการเผาผลาญช้าลง แต่เน้นเก็บสะสมมากกว่า ทำให้ช่วงก่อนมีประจำเดือนสาวๆ มักจะรู้สึกว่าตัวเองหนักขึ้น อ้วนขึ้น มีอาการบวมน้ำ ท้องผูก ผิวขึ้นผดผื่น โดยปกติแล้วน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้น 1-3 กิโลกรัม ซึ่งเป็นเรื่องปกติในช่วงนี้ไม่ต้องกังวลครับ นั่นก็หมายความว่าน้ำในร่างกายจะเพิ่มขึ้นเพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้น้ำหนักตัวเราเพิ่มขึ้นแต่เป็นแค่ระยะหนึ่ง จึงไม่ได้หมายความว่าร่างกายมีไขมันเพิ่มขึ้นครับ น้ำที่เพิ่มขึ้นในร่างกายเรานี้ประมา 2000 มิลลิลิตร

สาวๆ เวลาจะลดความอ้วน ให้แบ่งเวลา 1 เดือนออกเป็น 3 ช่วง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญหากต้องการลดความอ้วนให้ได้ผลดี และไม่เกิดความเครียด

• ช่วงที่ 1 ช่วงมีประจำเดือน
• ช่วงที่ 2 ช่วงหมดประจำเดือน - วันตกไข่
• ช่วงที่ 3 ช่วงสุดท้ายที่ไข่ตก - ก่อนมีประจำเดือน

จาก 3 ช่วงเวลาที่แบ่งไว้ตามข้างบน "ช่วงก่อนมีประจำเดือนจะอ้วนง่าย" ก็คือ ช่วงที่ 3  โดยเฉพาะตั้งแต่ 10 วันก่อนมีประจำเดือน - เริ่มมีประจำเดือน จะอ้วนง่าย และผอมได้ยากที่สุด ส่วนช่วงเวลาที่ "ผอมง่ายที่สุด" คือช่วงที่ 2 นั่นก็คือวันที่ 6-14 นับจากวันแรกที่มีประจำเดือนครับ ในช่วงนี้เราจะต้องหากิจกรรมที่ออกแรงทำบ้าง ไม่ควรอยู่เฉยๆ เพราะจะเป็นช่วงที่ลดอาการบวมน้ำที่สะสมมาในช่วงมีประจำเดือน

ใช้ "ช่วงผอมง่าย" ให้เป็นประโยชน์ เคล็ดลับในการลดความอ้วน

การแบ่งช่วงเวลาใน 1 เดือนของสาวๆ ไปแล้วนั้น ในแต่ละช่วงจะมีทั้งช่วงที่อ้วนง่าย และช่วงที่ผอมง่าย ขึ้นอยู่กับฮอร์โมน ช่วงตั้งแต่ 7-10 วัน หลังจากหมดประจำเดือนจะเป็นช่วงที่รังไข่หลั่งฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ออกมาทีละนิด เพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงระยะตกไข่ ฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้จะมีหน้าที่กระตุ้นทั้งร่างกายและจิตใจให้ทำงาน สร้างความเป็นผู้หญิง ปรับสภาพประสาทส่วนกลาง ปรับสภาพผิว ปรับการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนัง และทำให้หลอดเลือดทำงานได้อย่างดีครับ ดังนั้นจึงเรียกช่วงนี้ว่าเป็น "ช่วงที่ผอมง่าย" 

วิธีรับมือสำหรับคนที่มักอ้วนก่อนมีประจำเดือน

ในช่วงก่อนมีประจำเดือน จนถึงเริ่มมีประจำเดือน เรียกว่าเป็นช่วง "อ้วนง่าย" และเป็นช่วงที่ร่างกายและจิตใจจะอ่อนเพลีย ดังนั้นในช่วงนี้เราจึงไม่ควรออกกำลังกายอย่างหนัก หรือกังวลหรือเครียดว่าทำไมน้ำหนักขึ้น แต่ควรหยุดพักการออกกำลังกาย และพักผ่อนให้สบาย ในช่วงนี้เป็นธรรมดาที่น้ำหนักจะขึ้น ดังนั้นเราไม่ต้องเครียดจะดีที่สุดครับ ให้คิดเสียว่า เดี๋ยวพอช่วงที่ 2 หรือช่วงหมดประจำเดือน - วันตกไข่ มาถึงเราก็จะสามารถกลับมาลดความได้อีกครั้ง
วิธีรับมือด้านการกิน

ในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือระหว่างมีประจำเดือนร่างกายจะรู้สึกหิวมาก แนะนำให้กินทีละนิดและกินอาหารประเภทที่ช่วงรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ อย่างเช่น ข้าวกล้อง, มันเทศ, ฟักทอง เป็นต้น หากค่อยๆ กินทีละนิด ก็จะทำให้ร่างกายไม่ค่อยรู้สึกหิว นอกจากนี้ยังมีวิธีรับมืออื่นๆ ที่จะแนะนำ

• ให้ร่างกายได้รับ วิตามิน B1, C และแคลเซียมอย่างเพียงพอจะช่วยป้องกันความเครียดได้
• กินอาหารที่ช่วยขับปัสสาวะ เพื่อป้องกันอาการบวมน้ำ
• กินอาหารที่มีเส้นใยมาก ป้องกันอาการท้องผูก

นอกจากนี้การกินกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไปจะทำให้อาการ PMS แย่ลง และการควบคุมปริมาณอาหารแบบสุดโต่ง หรือการอดอาหารจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลง จึงไม่ควรทำในช่วงก่อน และมีประจำเดือน

วิธีรับมือด้านการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายที่หนักเกินไป จะทำให้ร่ายกายเครียดและทำให้อาการ PMS แย่ลงด้วยครับ ควรสลับการออกกำลังกายเป็นการเดินเล่นบ้าง หรือเป็นการยืดกล้ามเนื้อหรือนวดเพื่อบรรเทาอาการบวมน้ำครับ ในช่วงนี้อาจทำให้การไหลเวียนของเลือดแย่ลง การทำให้ร่างกายอบอุ่นเป็นเรื่องสำคัญ การแช่น้ำอุ่นจะลดทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นและลดอาการปวดประจำเดือนได้

ถ้าสาวๆ เข้าใจช่วงต่างๆ ใน 1 เดือนว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายบ้าง และอะไรที่ควรทำและไม่ควรทำ เราก็จะสามารถใช้เวลาต่างๆ ให้เกิดประโยชน์และสามารถลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ





ที่มา beautiful-diet

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์