มีคำตอบแล้ว ทำไมเพื่อนกินยับแต่ไม่อ้วน แต่เราแค่ดมน้ำหนักก็พุ่ง?


มีคำตอบแล้ว ทำไมเพื่อนกินยับแต่ไม่อ้วน แต่เราแค่ดมน้ำหนักก็พุ่ง?


ทำไมบางคนกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน... แต่บางคนแค่ดมก็ขึ้น? ความลับของร่างกายที่คุณอาจไม่เคยรู้

คุณเคยมีเพื่อนประเภทนี้ไหม? คนที่ตักข้าวพูนจาน กินของหวานทุกมื้อ แต่หุ่นยังเป๊ะเหมือนเดิม ในขณะที่เราแค่เดินผ่านร้านของทอด น้ำหนักก็เหมือนจะเด้งขึ้นมารอแล้ว ความไม่ยุติธรรมนี้ทำให้หลายคนน้อยใจและโทษว่าตัวเอง "ระบบเผาผลาญพัง" แต่ความจริงแล้ว คำว่าระบบเผาผลาญหรือ Metabolism นั้นซ่อนกลไกที่ซับซ้อนกว่าแค่เรื่องดวงหรือความโชคดี มันคือเรื่องราวของสงครามระหว่างวิวัฒนาการ ยีน ฮอร์โมน และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในลำไส้ของเรา

1. ความลับของเครื่องยนต์ชีวภาพ: ยีนและวิวัฒนาการที่หลงยุค

ลึกลงไปในระดับเซลล์ ร่างกายมนุษย์เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ที่ถูกตั้งค่ามาไม่เหมือนกัน บางคนเกิดมาพร้อมกับเครื่องยนต์เฟอร์รารี่ที่เหยียบคันเร่งตลอดเวลา เผาผลาญพลังงานทิ้งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางคนมีเครื่องยนต์แบบประหยัดพลังงาน (Eco Car) ที่เน้นการเก็บสะสมเชื้อเพลิง

นักวิทยาศาสตร์พบว่า "ยีน" มีผลอย่างมาก ยีนบางตัวสั่งให้กล้ามเนื้อทำงานหนักและใช้พลังงานเปลือง แต่ยีนบางตัว (เช่น ยีน FTO) กลับสั่งให้ร่างกาย "กักตุน" ไขมันเอาไว้ สิ่งสำคัญคือการมีระบบเผาผลาญช้าหรือกักตุนไขมันเก่ง ไม่ใช่ความผิดปกติ ในทางกลับกัน มันคือสุดยอดวิวัฒนาการที่ทำให้บรรพบุรุษของเรา "รอดตาย" ในยุคน้ำแข็งหรือยุคที่อาหารขาดแคลน ร่างกายที่เก็บไขมันเก่งคือผู้ชนะในยุคนั้น

แต่ปัญหาคือ "Mismatched Evolution" หรือวิวัฒนาการที่ตามโลกไม่ทัน ร่างกายเรายังคิดว่าเราอยู่ในยุคหินที่ต้องตุนไขมันกันตาย แต่เราดันใช้ชีวิตอยู่ในยุคที่มีร้านสะดวกซื้อและบุฟเฟต์ทุกหัวระแหง ระบบที่เคยช่วยให้รอด จึงกลายเป็นระบบที่ทำให้เราอ้วนง่ายในปัจจุบัน

2. ฮอร์โมน: เมื่อผู้คุมกฎเริ่มทำงานผิดพลาด

นอกจากเครื่องยนต์ (ยีน) แล้ว เรายังมี "ผู้คุมกฎ" คือฮอร์โมนหลัก 2 ตัว ได้แก่:

เลปติน (Leptin): ฮอร์โมนแห่งความอิ่ม ทำหน้าที่บอกสมองว่า "พลังงานพอแล้ว หยุดกินได้"

อินซูลิน (Insulin): ฮอร์โมนที่ควบคุมการจัดเก็บพลังงาน

ในคนที่อ้วนง่าย มักเกิดภาวะที่ระบบนี้รวน เช่น "ภาวะดื้อเลปติน" คือมีไขมันสะสมเต็มตัว (เลปตินเยอะ) แต่สมองกลับหูหนวกไม่ได้ยินเสียงเตือนว่าอิ่ม ทำให้ยังรู้สึกหิวโหยเหมือนคนขาดสารอาหาร หรือการที่อินซูลินทำงานผิดปกติ ทำให้ร่างกายปิดประตูการเผาผลาญและเอาแต่เก็บสะสมไขมันอย่างเดียว เหมือนรถที่มีน้ำมันเต็มถังแต่สตาร์ทไม่ติด

3. ตัวแปรล่องหน: การนอน ความเครียด และจุลินทรีย์

ถ้าคุณคิดว่าแค่คุมอาหารแล้วจะผอม คุณอาจคิดผิด เพราะมีปัจจัยล่องหนที่ควบคุมเราอยู่:

การนอนหลับ: การนอนน้อยเพียงคืนเดียวสามารถปั่นป่วนนาฬิกาชีวิต ทำให้ฮอร์โมนหิว (เกรลิน) พุ่งสูง และฮอร์โมนอิ่ม (เลปติน) ลดต่ำลง งานวิจัยพบว่าคนที่นอนไม่พอมีแนวโน้มจะกินอาหารเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยเกือบ 300 แคลอรี่ในวันถัดไป แถมระบบเผาผลาญยังทำงานแย่ลงด้วย

ความเครียด:
เมื่อเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน "คอร์ติซอล" ซึ่งจะสั่งร่างกายเข้าโหมดเอาตัวรอดทันที โดยการ หยุดเผาผลาญ และ เรียกร้องของหวาน เพื่อตุนพลังงานด่วน

จุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut Microbiome):
นี่คือเรื่องที่น่าทึ่งที่สุด ในท้องเรามีแบคทีเรียนับล้านล้านตัว การทดลองในหนูพบว่า เมื่อนำจุลินทรีย์จากคนอ้วนไปใส่ในหนูผอม หนูตัวนั้นจะอ้วนขึ้นทันทีทั้งที่กินเท่าเดิม! เพราะจุลินทรีย์บางชนิดมีความสามารถในการ "รีดพลังงาน" จากอาหารได้เก่งเกินไป ในขณะที่บางชนิดช่วยเผาผลาญ

บทสรุป: เลิกสู้กับร่างกาย แต่จงทำความเข้าใจ

คำตอบของคำถามที่ว่า "ทำไมบางคนกินแล้วไม่อ้วน" คือผลรวมของพันธุกรรมที่หลากหลายและการทำงานของฮอร์โมนที่ไม่เหมือนกัน ร่างกายของคุณไม่ได้เกลียดคุณ มันแค่พยายามทำหน้าที่ของมันอย่างดีที่สุดในการ "ปกป้องคุณจากการอดตาย" (แม้คุณจะไม่อยากได้ก็ตาม)

ทางออกไม่ใช่การฝืนธรรมชาติด้วยการอดอาหารจนเครียด แต่คือการปรับวิถีชีวิตให้เข้ากับกลไกของร่างกาย-นอนให้พอ จัดการความเครียด และเลือกกินอาหารที่เป็นมิตรกับจุลินทรีย์ดีๆ ในลำไส้ เมื่อเราเข้าใจและเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เราจะเริ่มดูแลสุขภาพในแบบที่เหมาะกับร่างกายของเราเองได้อย่างมีความสุขที่สุด


เครดิต :
เครดิต : ที่นี่ดอทคอม ทันทุกเรื่องฮิต


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์